กล่องลูกฟูก 3 ชั้นและ 5 ชั้นต่างกันที่จำนวนชั้นกระดาษลอน กล่อง 3 ชั้น มีลอน 1 ชั้น หนาราว 3-5 มิลลิเมตร รับน้ำหนักได้ประมาณ 0-5 กิโลกรัม ส่วนกล่อง 5 ชั้น มีลอน 2 ชั้น หนาประมาณ 6-8 มิลลิเมตร รับน้ำหนักได้ 6-20 กิโลกรัมขึ้นไป และมีราคาสูงกว่าประมาณ 30-60%
บทความนี้จะพาไปดูโครงสร้างของทั้งสองแบบ ชนิดลอน (A, B, C, E) ที่ส่งผลต่อความแข็งแรง ตารางเปรียบเทียบทุกด้าน วิธีเลือกจากน้ำหนักและความเปราะบางของสินค้า และการคำนวณว่าแบบไหนคุ้มกว่าเมื่อรวมค่าเคลมเข้าไปด้วย

กล่องลูกฟูก 3 ชั้น vs 5 ชั้น ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่โครงสร้างของแผ่นกระดาษลูกฟูก โดย กล่องลูกฟูก 3 ชั้น มีผิวกระดาษ 2 ด้านและกระดาษลอน 1 ชั้น ส่วน กล่องลูกฟูก 5 ชั้น มีผิวกระดาษ 2 ด้าน และมีกระดาษลอน 2 ชั้นคั่นอยู่ตรงกลาง มาดูกันว่าแต่ละแบบมีโครงสร้างและเหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง
1. กล่องลูกฟูก 3 ชั้น (Single Wall)
กล่องลูกฟูก 3 ชั้นมีโครงสร้างเป็นกระดาษผิว 2 แผ่น และกระดาษลอน 1 แผ่น จึงมีน้ำหนักเบาและขึ้นรูปได้ง่าย เหมาะกับสินค้าทั่วไปที่ไม่ได้มีน้ำหนักมากหรือไม่ต้องรับแรงกดจากการวางซ้อนหลายชั้น
ตัวอย่างการใช้งาน เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ทั่วไป สินค้าออนไลน์ และสินค้าที่มีน้ำหนักไม่มาก
อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรับน้ำหนักของกล่องไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับเกรดกระดาษ ชนิดลอน ขนาดกล่อง รูปแบบการบรรจุ และการจัดเรียงระหว่างขนส่งด้วย
2. กล่องลูกฟูก 5 ชั้น (Double Wall)
กล่องลูกฟูก 5 ชั้นมีลอนกระดาษ 2 ชั้น จึงมีโครงสร้างที่หนาและแข็งแรงกว่ากล่อง 3 ชั้นในหลายกรณี เหมาะกับสินค้าที่มีน้ำหนักมากขึ้น สินค้าที่ต้องขนส่งระยะไกล หรือการใช้งานที่ต้องวางกล่องซ้อนกัน
ตัวอย่างเช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ชิ้นส่วน สินค้าที่มีน้ำหนักมาก หรือสินค้าที่ต้องการการป้องกันเพิ่มเติมระหว่างการขนส่ง
ทั้งนี้ ไม่ควรเลือกกล่อง 5 ชั้นเพียงเพราะต้องการความแข็งแรงมากที่สุด เพราะต้นทุนและน้ำหนักของกล่องก็เพิ่มขึ้นตามโครงสร้างและเกรดกระดาษเช่นกัน

ตารางเปรียบเทียบกล่องลูกฟูก 3 ชั้น vs 5 ชั้น
กล่องลูกฟูก 3 ชั้นและ 5 ชั้นมีโครงสร้าง ความแข็งแรง และการใช้งานต่างกัน การเลือกใช้จึงควรดูจากน้ำหนักสินค้า วิธีขนส่ง และการวางซ้อน โดยเปรียบเทียบรายละเอียดได้ดังตารางนี้
| ข้อเปรียบเทียบ | กล่องลูกฟูก 3 ชั้น | กล่องลูกฟูก 5 ชั้น |
|---|---|---|
| โครงสร้าง | ลอน 1 ชั้น | ลอน 2 ชั้น |
| ความหนา | โดยทั่วไปบางกว่า | โดยทั่วไปหนากว่า |
| น้ำหนักกล่อง | เบากว่า | หนักกว่า |
| ความแข็งแรง | เหมาะกับงานทั่วไป | เหมาะกับงานที่ต้องการรับแรงมากขึ้น |
| การวางซ้อน | เหมาะกับการวางซ้อนในระดับที่เหมาะสม | รองรับการวางซ้อนได้มากขึ้นเมื่อเลือกเกรดเหมาะสม |
| การขนส่ง | เหมาะกับงานทั่วไปและระยะทางไม่ซับซ้อน | เหมาะกับสินค้าที่ต้องการการป้องกันมากขึ้น |
| ต้นทุน | โดยทั่วไปประหยัดกว่า | โดยทั่วไปสูงกว่า |
| เหมาะกับ | สินค้าทั่วไป น้ำหนักไม่มาก | สินค้าน้ำหนักมากหรือสินค้าที่ต้องการความแข็งแรงเพิ่ม |
💡 หมายเหตุ:
ความแข็งแรงและน้ำหนักที่กล่องรับได้จริงควรพิจารณาจากเกรดกระดาษ ค่า ECT/BCT ขนาดกล่อง และลักษณะการใช้งานร่วมกัน ไม่ควรตัดสินจากจำนวนชั้นเพียงอย่างเดียว
ชนิดลอน A, B, C, E ส่งผลอย่างไร
นอกจากจำนวนชั้นแล้ว ชนิดลอนกระดาษ ก็มีผลต่อความหนา ความแข็งแรง และลักษณะการใช้งานของกล่องลอนที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ลอน A มีความสูงของลอนมาก เหมาะกับงานที่ต้องการการรองรับแรงกระแทกและการกันกระแทก
- ลอน B มีความสูงของลอนน้อยกว่าลอน A จึงมีผิวค่อนข้างเรียบ เหมาะกับงานบรรจุสินค้าทั่วไป
- ลอน C เป็นลอนที่พบได้บ่อยในกล่องบรรจุภัณฑ์ เพราะมีความสมดุลระหว่างความแข็งแรงและการรองรับแรงกระแทก
- ลอน E มีขนาดลอนเล็กและแผ่นค่อนข้างเรียบ เหมาะกับกล่องขนาดเล็ก งานพิมพ์ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความเรียบร้อยของผิวกล่อง
ความสูงของลอนอาจแตกต่างกันตามมาตรฐานและผู้ผลิต โดยค่าที่พบโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ A 4.8 มม., C 3.6 มม., B 2.5 มม. และ E 1.5 มม.
สำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น ยังสามารถใช้กระดาษลูกฟูกแบบผสม เช่น BC ซึ่งเป็นการนำลอน 2 ชนิดมาใช้ร่วมกันในโครงสร้าง 5 ชั้น เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่เหมาะกับลักษณะงานมากขึ้น
เลือกกล่องลูกฟูก 3 ชั้น หรือ 5 ชั้น ดูจากอะไร
หากยังไม่แน่ใจว่าควรใช้กล่องแบบไหน ลองพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ก่อนสั่งผลิต
1. ดูจากน้ำหนักสินค้า
น้ำหนักสินค้าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขน้ำหนักเป็นเกณฑ์ตายตัวว่าต้องใช้ 3 ชั้นหรือ 5 ชั้น
สินค้าน้ำหนักไม่มากและการขนส่งทั่วไปอาจใช้กล่อง 3 ชั้นได้ แต่หากสินค้ามีน้ำหนักมาก ต้องวางซ้อนหลายชั้น หรือมีแรงกดระหว่างขนส่งมากขึ้น อาจต้องพิจารณากล่อง 5 ชั้นหรือเลือกเกรดกระดาษที่เหมาะสมกว่า
หากเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ควรแจ้งน้ำหนักต่อกล่องให้ผู้ผลิตทราบ เพื่อช่วยเลือกโครงสร้างและเกรดกระดาษให้เหมาะกับการใช้งานจริง
2. ดูจากความเปราะบางของสินค้า
สินค้าที่มีโอกาสแตก หัก หรือเสียหายจากแรงกระแทก ควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างกล่องและวัสดุกันกระแทกมากกว่าดูแค่จำนวนชั้น
ตัวอย่างเช่น แก้ว เซรามิก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือชิ้นส่วนที่มีความละเอียด อาจต้องใช้กล่องที่มีความแข็งแรงเหมาะสมร่วมกับวัสดุกันกระแทก เช่น กระดาษกันกระแทก บับเบิล หรือการทำช่องแบ่งภายใน
3. ดูจากระยะทางและรูปแบบการขนส่ง
หากสินค้าต้องขนส่งหลายต่อ เดินทางไกล หรือมีการยกขึ้นลงหลายครั้ง ควรเลือกกล่องที่มีโครงสร้างเหมาะกับสภาพการขนส่ง
นอกจากระยะทางแล้ว ควรพิจารณาด้วยว่ากล่องจะถูกวางซ้อนหรือไม่ สภาพแวดล้อมมีความชื้นมากแค่ไหน และมีโอกาสถูกกดทับระหว่างขนส่งหรือไม่
ดังนั้น การส่งสินค้าในประเทศไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ 3 ชั้นเสมอ และการส่งออกก็ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ 5 ชั้นทุกกรณี ควรเลือกจากสภาพการใช้งานจริงเป็นหลัก
ราคากล่อง 3 ชั้นกับ 5 ชั้นต่างกันแค่ไหน?
โดยทั่วไป กล่องลูกฟูก 5 ชั้นมีต้นทุนสูงกว่ากล่อง 3 ชั้น เนื่องจากใช้กระดาษและมีโครงสร้างมากกว่า แต่ส่วนต่างราคาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ขนาดของกล่อง
- เกรดและน้ำหนักกระดาษ
- ชนิดของลอน
- จำนวนที่สั่งผลิต
- การพิมพ์โลโก้หรือรายละเอียดบนกล่อง
- รูปแบบการขึ้นรูปและไดคัท
- ราคาวัตถุดิบในช่วงที่สั่งซื้อ
ดังนั้น หากต้องใช้กล่องจำนวนมาก ไม่ควรเปรียบเทียบเฉพาะราคาต่อใบ แต่ควรดู ต้นทุนต่อการใช้งานจริง ด้วย
ตัวอย่างเช่น หากสินค้ามีน้ำหนักมากและกล่อง 3 ชั้นเสียหายระหว่างขนส่งบ่อย การเลือกกล่องที่แข็งแรงขึ้นอาจช่วยลดต้นทุนจากสินค้าเสียหายและการส่งซ้ำได้
ในทางกลับกัน หากเป็นสินค้าทั่วไปที่น้ำหนักไม่มาก การเลือกกล่อง 5 ชั้นทั้งที่ไม่จำเป็นก็อาจทำให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงขึ้นโดยไม่ได้เพิ่มประโยชน์ที่จำเป็นกับงาน
ECT และ BCT คืออะไร? ทำไมถึงควรดูมากกว่าจำนวนชั้น
หากต้องการเลือกกล่องให้เหมาะกับการใช้งานจริง ควรดูค่า ECT (Edge Crush Test) และ BCT (Box Compression Test) ประกอบด้วย
ECT ใช้ประเมินความสามารถของกระดาษลูกฟูกในการรับแรงกดที่ขอบ ส่วน BCT ใช้ประเมินความสามารถของกล่องในการรับแรงกดจากการวางซ้อน
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกล่อง 3 ชั้นบางรุ่นอาจแข็งแรงเพียงพอสำหรับงานหนึ่ง ขณะที่อีกงานหนึ่งอาจต้องใช้กล่อง 5 ชั้น แม้จะใส่สินค้าที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกันก็ตาม
หากเป็นงานที่ต้องวางกล่องซ้อนสูง ขนส่งระยะไกล หรือมีสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ควรแจ้งลักษณะการใช้งานให้ผู้ผลิตทราบ เพื่อเลือกกระดาษและโครงสร้างกล่องให้เหมาะสม
สรุป
การเลือก กล่องลูกฟูก 3 ชั้น vs 5 ชั้น ควรดูจากลักษณะสินค้าและรูปแบบการขนส่งมากกว่าการเลือกจากจำนวนชั้นเพียงอย่างเดียว
กล่อง 3 ชั้น เหมาะกับสินค้าทั่วไปที่ไม่ได้มีน้ำหนักมาก และต้องการลดน้ำหนักหรือต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ ส่วน กล่อง 5 ชั้น เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความแข็งแรงเพิ่มขึ้น เช่น สินค้าที่มีน้ำหนักมาก ต้องวางซ้อน หรือมีความเสี่ยงจากการขนส่งมากกว่า
หากยังเลือกไม่ได้ ควรแจ้งข้อมูลสินค้า น้ำหนักต่อกล่อง ขนาดกล่อง และรูปแบบการขนส่งให้ผู้ผลิตทราบ เพื่อช่วยประเมินชนิดลอนและเกรดกระดาษที่เหมาะกับงานจริง
FAQ
Q1: กล่องลูกฟูก 3 ชั้นรับน้ำหนักได้เท่าไหร่?
A: รับน้ำหนักสินค้าได้ประมาณ 0-5 กิโลกรัม สำหรับสินค้าที่ไม่เปราะบาง ถ้าสินค้าหนักกว่านี้หรือแตกหักง่ายควรเปลี่ยนไปใช้กล่อง 5 ชั้น
Q2: กล่อง 5 ชั้นหนักกว่ากล่อง 3 ชั้นมากไหม? จะกระทบค่าขนส่งไหม?
A: กล่อง 5 ชั้นหนักกว่าประมาณ 2 เท่า แต่ค่าขนส่งส่วนใหญ่คิดตามน้ำหนักสินค้าบวกกล่อง ถ้าสินค้าหนักอยู่แล้ว น้ำหนักกล่องที่เพิ่มขึ้นจะกระทบน้อยมาก แต่ถ้าสินค้าเบามาก ๆ อาจทำให้ค่าส่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
Q3: ใช้กล่อง 3 ชั้นส่งของแก้วได้ไหม ถ้าห่อบับเบิ้ลหนา ๆ?
A: ไม่แนะนำ เพราะแม้จะห่อบับเบิ้ลหนา แต่กล่อง 3 ชั้นอาจยุบตัวเมื่อมีน้ำหนักกดทับ ทำให้บับเบิ้ลไม่มีประสิทธิภาพ สินค้าแก้วควรใช้กล่อง 5 ชั้นเสมอ
Q4: ซื้อกล่อง 3 ชั้น vs 5 ชั้น ต้องซื้อขั้นต่ำเท่าไหร่?
A: ขึ้นอยู่กับผู้จำหน่าย บางร้านขายปลีกได้ตั้งแต่ 1 ใบ บางร้านต้องซื้อเป็นแพ็คหรือยกลัง ถ้าซื้อปริมาณมากราคาต่อใบจะถูกลงมาก ควรเปรียบเทียบราคาตามปริมาณที่ใช้จริงต่อเดือน
Q5: กล่องลูกฟูกสีน้ำตาล vs สีขาว ต่างกันไหม?
A: ต่างกันที่กระดาษด้านนอก กล่องสีขาวใช้กระดาษเคลือบขาว พิมพ์ลายได้สวยกว่า เหมาะกับแบรนด์ที่อยากสร้างภาพลักษณ์ ส่วนกล่องสีน้ำตาลราคาถูกกว่าและทนทานพอ ๆ กัน ความแข็งแรงขึ้นอยู่กับจำนวนชั้น ไม่ใช่สี
หากต้องการสั่งกล่องลูกฟูกจำนวนมาก BKK Packaging รับผลิตและจำหน่าย กล่องลูกฟูกและบรรจุภัณฑ์สำหรับธุรกิจ พร้อมให้คำแนะนำเรื่องขนาดกล่อง ชนิดลอน และโครงสร้างกระดาษตามลักษณะสินค้า
หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกกล่อง 3 ชั้นหรือ 5 ชั้น สามารถแจ้งข้อมูลสินค้า น้ำหนัก ขนาด และรูปแบบการใช้งาน เพื่อให้ทีมช่วยแนะนำสเปกที่เหมาะสมก่อนสั่งผลิต
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กล่องลูกฟูก
📞 Tel: 083-926-4474 , 062-871-3695
💎 Line: @bkk-packaging
📩 Email: bkkpackaging2020@gmail.com
🔮 Facebook: BKK Packaging กล่องไปรษณีย์ อุปกรณ์การแพ็ค ราคาส่ง