ติดต่อเราเพื่อสั่งซื้อสินค้า
สั่งซื้อผ่าน Line OA

@bkk-packaging

เลือกประเภทสินค้า

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้น คำนวณยังไง? เคล็ดลับลดค่าแพ็คของสำหรับร้านออนไลน์

บทความ
March 24, 2026

เจ้าของธุรกิจออนไลน์หลายคนรู้ราคาสินค้าในกล่องดี แต่ไม่ได้นับต้นทุนบรรจุภัณฑ์แยกออกมาชัด ๆ ซึ่งทำให้คำนวณกำไรต่อออเดอร์คลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ส่งสินค้าวันละหลายสิบถึงหลายร้อยออเดอร์

บทความนี้จะอธิบายว่า ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้น ประกอบด้วยอะไรบ้าง คำนวณยังไง และมีวิธีลดต้นทุนโดยไม่กระทบคุณภาพอย่างไรบ้าง ซึ่งเชื่อมโยงกับความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ต่อธุรกิจโดยตรง

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

ก่อนคำนวณต้นทุนต่อชิ้น ต้องรู้ก่อนว่าต้นทุนบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีแค่ราคากล่อง แต่ครอบคลุมทุกวัสดุที่ใช้ในการห่อหุ้มและส่งสินค้าออกไปหนึ่งออเดอร์

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

1. วัสดุหลัก (Primary Packaging)

วัสดุหลักคือสิ่งที่สัมผัสสินค้าโดยตรง ได้แก่ กล่องกระดาษหรือกล่องลูกฟูก ซองพลาสติก ซองพาสเทล หรือบรรจุภัณฑ์หลักอะไรก็ตามที่ใส่สินค้าข้างใน นี่คือต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดในบรรจุภัณฑ์

2. วัสดุกันกระแทก (Protective Material)

ได้แก่ โฟมกันกระแทก กระดาษ Honeycomb Air Bubble กระดาษ Tissue หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ใส่เพื่อป้องกันสินค้าไม่ให้เสียหายระหว่างขนส่ง

3. วัสดุปิดผนึก (Sealing Material)

เทปกาว สติ๊กเกอร์ซีล หรือสายรัดกล่อง – สิ่งเหล่านี้ราคาไม่แพงต่อชิ้น แต่ถ้าไม่นับรวม ก็ทำให้ต้นทุนจริงคลาดเคลื่อน

4. สิ่งพิมพ์และการ์ด (Printed Materials)

ใบเสร็จ ฉลากสินค้า Thank You Card หรือใบส่งสินค้า ต้นทุนส่วนนี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันหลายออเดอร์ก็มีนัยสำคัญ

จุดสำคัญ:

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ถูกต้องต้องรวม วัสดุหลัก + วัสดุกันกระแทก + วัสดุปิดผนึก + สิ่งพิมพ์ทั้งหมดต่อออเดอร์ ไม่ใช่แค่ราคากล่องเพียงอย่างเดียว

สูตรคำนวณต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้น

สูตรพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปในธุรกิจ SME และ e-Commerce คือ:

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้น = ต้นทุนวัสดุรวมทั้งหมด ÷ จำนวนชิ้นที่ผลิต/ใช้

ฟังดูง่าย แต่ในทางปฏิบัติต้องระวังสองสิ่ง คือ “นับครบทุกวัสดุ” และ “ใช้ฐานจำนวนชิ้นที่ถูกต้อง” มาดูตัวอย่างจริงกัน

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อออเดอร์

สมมุติว่าคุณสั่งวัสดุบรรจุภัณฑ์ล็อตหนึ่ง และมีออเดอร์ 500 ใบต่อเดือน:

วัสดุราคาต่อล็อตจำนวนราคาต่อชิ้น
กล่องลูกฟูก (ขนาด C)2,500 บาท500 ใบ5.00 บาท
กระดาษ Honeycomb (ม้วน)600 บาท500 ออเดอร์1.20 บาท
เทปกาว (ม้วน 100 เมตร)200 บาท250 ออเดอร์/ม้วน0.80 บาท
Thank You Card500 บาท500 ใบ1.00 บาท
รวมต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อออเดอร์  8.00 บาท

จากตัวอย่าง ต้นทุนบรรจุภัณฑ์จริง ๆ คือ 8 บาทต่อออเดอร์ ไม่ใช่แค่ 5 บาท (ราคากล่อง) ถ้าไม่นับส่วนที่เหลือ แปลว่าคุณอาจตั้งราคาต่ำเกินไปและกำไรหายไปออเดอร์ละ 3 บาทโดยไม่รู้ตัว

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์อยู่ที่เท่าไหร่

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ควรอยู่ที่กี่ % ของราคาขาย?

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่มีเกณฑ์ทั่วไปที่ธุรกิจ e-Commerce ใช้อ้างอิงกัน คือต้นทุนบรรจุภัณฑ์ควรอยู่ที่ 1-5% ของราคาขาย สำหรับสินค้าทั่วไป และอาจสูงถึง 10-15% สำหรับสินค้า Premium หรือ Gift Set ที่บรรจุภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าสินค้า

ตัวอย่างเช่น สินค้าราคา 200 บาท ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ 8-10 บาทคือ 4-5% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ถ้าสินค้าราคา 50 บาท ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ 8 บาทคือ 16% ซึ่งสูงมาก และอาจต้องหาทางลดลง

5 วิธีลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์โดยไม่กระทบคุณภาพ

การลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ของคุณภาพต่ำลง มีวิธีที่ฉลาดกว่านั้น และได้ผลจริงในระยะยาวด้วย

1. สั่งปริมาณมากขึ้นเพื่อราคาต่อชิ้นที่ถูกลง

กล่องลูกฟูกและซองบรรจุภัณฑ์มักมี Volume Discount ชัดเจน สั่ง 100 ใบราคาหนึ่ง สั่ง 500 ใบอีกราคาหนึ่ง สั่ง 1,000 ใบถูกกว่าอีก ถ้าคุณมียอดขายสม่ำเสมอพอประมาณ การสั่งล็อตใหญ่ขึ้นอาจลดต้นทุนต่อชิ้นได้ 15-30%

แต่ต้องคำนวณด้วยว่าของจะหมดก่อนหมดอายุหรือเปล่า และมีที่เก็บพอไหม เพราะการสต็อกของมากเกินไปก็มีต้นทุนแฝงเช่นกัน

2. เลือกขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้า

กล่องที่ใหญ่เกินไปทำให้ต้องใช้วัสดุกันกระแทกเพิ่ม เสียทั้งต้นทุนวัสดุและค่าขนส่งที่คิดตามน้ำหนักหรือขนาด การเลือกขนาดกล่องที่เหมาะสมจึงช่วยลดต้นทุนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

3. ใช้กล่องลูกฟูก 3 ชั้นแทน 5 ชั้นสำหรับสินค้าเบา

กล่องลูกฟูก 3 ชั้นราคาถูกกว่า 5 ชั้นอย่างชัดเจน ถ้าสินค้าของคุณไม่หนัก ไม่แตกหักง่าย และระยะทางขนส่งไม่ไกลมาก กล่อง 3 ชั้นก็เพียงพอแล้ว ลองประเมินดูว่าสินค้าของคุณต้องการความแข็งแรงระดับไหนก่อนตัดสินใจ

4. รวมวัสดุหลายชนิดให้น้อยลง

บางธุรกิจใช้วัสดุซ้อนกันเยอะเกินจำเป็น เช่น มีทั้ง Air Bubble + โฟม + กระดาษ Tissue ในกล่องเดียว ลองทดสอบดูว่าถ้าตัดออกหนึ่งชั้น สินค้าจะยังปลอดภัยไหม บางกรณีกระดาษ Honeycomb ชั้นเดียวก็เพียงพอแทนได้ทั้งสอง

5. เจรจาขอเครดิตหรือโปรโมชั่นกับซัพพลายเออร์

ถ้าคุณซื้อกล่องหรือบรรจุภัณฑ์กับร้านเดิมสม่ำเสมอ ลองเจรจาขอราคาพิเศษ เครดิตการชำระเงิน หรือส่วนลดพิเศษ ซัพพลายเออร์ที่ดีมักยืดหยุ่นให้ลูกค้าประจำ

ข้อควรระวัง:

การลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ไม่ควรส่งผลต่อความปลอดภัยของสินค้า ถ้าสินค้าเสียหายบ่อยขึ้นหลังเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนการคืนสินค้าและชดเชยลูกค้ามักสูงกว่าเงินที่ประหยัดได้จากบรรจุภัณฑ์ราคาถูก

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์กับกำไรของธุรกิจ

ลองดูตัวอย่างว่าต้นทุนบรรจุภัณฑ์ส่งผลต่อกำไรยังไง ถ้าธุรกิจมียอดขาย 500 ออเดอร์ต่อเดือน ราคาขายเฉลี่ย 250 บาท ต้นทุนสินค้า 120 บาท และปัจจุบันต้นทุนบรรจุภัณฑ์ 15 บาทต่อออเดอร์:

กำไรต่อออเดอร์ = 250 – 120 – 15 – (ค่าขนส่งและค่าอื่น ๆ) = ประมาณ 80-90 บาท

ถ้าลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ได้ 5 บาทต่อออเดอร์ โดยไม่กระทบคุณภาพ กำไรเพิ่มขึ้น 5 บาท × 500 ออเดอร์ = 2,500 บาทต่อเดือน หรือ 30,000 บาทต่อปี ที่ไม่ต้องเพิ่มยอดขายเลยสักออเดอร์

สรุป

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้นคำนวณได้ไม่ยาก แค่รวมวัสดุทุกอย่างในออเดอร์หนึ่งแล้วหารด้วยจำนวนออเดอร์ แต่ที่สำคัญกว่าคือต้องนับครบทุกรายการ ไม่ใช่แค่ราคากล่อง เพราะรายการเล็ก ๆ เช่น เทปกาว Thank You Card และวัสดุกันกระแทก รวมกันแล้วมีผลต่อกำไรมากกว่าที่คิด

ถ้าคุณต้องการซื้อบรรจุภัณฑ์ราคาดีและมีตัวเลือกหลายขนาดให้เลือกให้เหมาะกับสินค้าของคุณ BKK Packaging พร้อมให้คำแนะนำเพื่อช่วยลดต้นทุนได้จริง

FAQ

Q: ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้น ควรรวมค่าแรงแพ็คของหรือเปล่า?

A: ถ้าคุณจ้างพนักงานแพ็คโดยเฉพาะ ค่าแรงแพ็คของควรรวมด้วย แต่ถ้าแพ็คเองหรือรวมกับงานอื่น หลายธุรกิจแยกบัญชีค่าแรงออกต่างหากจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ตัวเลขชัดเจนขึ้น

Q: ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ควรรีวิวทุกกี่เดือน?

A: แนะนำทุก 3-6 เดือน หรือเมื่อราคาวัตถุดิบเปลี่ยน เปลี่ยนซัพพลายเออร์ หรือมียอดขายเพิ่มขึ้นมากพอที่จะต่อรองราคาได้ดีกว่าเดิม

Q: ซื้อบรรจุภัณฑ์จำนวนเท่าไหร่ถึงจะได้ราคาดี?

A: ขึ้นอยู่กับซัพพลายเออร์ แต่โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 100-500 ชิ้นจะได้ราคาค้าส่ง และถ้าสั่ง 1,000 ชิ้นขึ้นไปมักได้ส่วนลดเพิ่มอีก BKK Packaging มีราคาหลายระดับให้เลือก สามารถสอบถามได้เลย

Q: ถ้าสินค้าหลายขนาด จะคำนวณต้นทุนบรรจุภัณฑ์รวมยังไง?

A: แนะนำให้คำนวณแยกเป็น SKU หรือกลุ่มสินค้า แล้วหาค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนยอดขาย เช่น ถ้า 70% เป็นสินค้าขนาดเล็ก และ 30% ขนาดใหญ่ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์เฉลี่ยก็ถ่วงตามสัดส่วนนั้น

Q: บรรจุภัณฑ์แพงขึ้นมีผลดีต่อธุรกิจบ้างไหม?

A: มีครับ บรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้นช่วยสร้าง Unboxing Experience ที่ทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำ รีวิวดี และบอกต่อ ซึ่งลด Customer Acquisition Cost ในระยะยาวได้ ดังนั้นต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อยอาจคืนทุนได้จาก Lifetime Value ของลูกค้าที่สูงขึ้น

อยากลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์โดยไม่กระทบคุณภาพ?

BKK Packaging มีกล่องลูกฟูกและบรรจุภัณฑ์มากกว่า 100 ขนาด ราคาค้าส่งตั้งแต่ล็อตเล็ก พร้อมทีมงานช่วยแนะนำขนาดและวัสดุที่เหมาะกับสินค้าของคุณ ช่วยให้คำนวณต้นทุนต่อชิ้นได้ถูกต้อง และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น


📞 Tel: 083-926-4474 , 062-871-3695

💎 Line: @bkk-packaging

📩 Email: bkkpackaging2020@gmail.com

🔮 Facebook: BKK Packaging กล่องไปรษณีย์ อุปกรณ์การแพ็ค ราคาส่ง

บทความเพิ่มเติม

27 July, 2026
Thaimart คือแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์สำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการ พร้อมแนะนำอุปกรณ์แพ็คของ เช่น กล่องพัสดุ เทปกาว และบับเบิ้ลกันกระแทก เพื่อจัดส่งสินค้าอย่างปลอดภัย
27 July, 2026
กล่องพลาสติกและกล่องลูกฟูกต่างกันทั้งวัสดุและการใช้งาน โดยกล่องพลาสติกแข็งแรง กันน้ำ ใช้ซ้ำได้ ส่วนกล่องลูกฟูกน้ำหนักเบา ราคาประหยัด เหมาะกับการจัดส่งสินค้าออนไลน์
27 July, 2026
กระดาษ ALCOTT 70 แกรม เหมาะกับงานพิมพ์ทั่วไปที่เน้นประหยัดต้นทุน ส่วน 80 แกรม หนาและแข็งแรงกว่า เหมาะกับเอกสารสำคัญและงานที่ต้องการคุณภาพ
27 July, 2026
กระดาษลังลูกฟูก คือ แผ่นกระดาษที่ประกอบด้วยกระดาษไลเนอร์และกระดาษลอนตรงกลาง ช่วยเพิ่มความแข็งแรง รับแรงกระแทก และเหมาะสำหรับผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์
25 June, 2026
กล่องส่งพัสดุแต่ละรูปทรงต่างกันตามลักษณะสินค้า เช่น กล่องสี่เหลี่ยมใช้กับสินค้าทั่วไป กล่องทรงยาวใช้กับของชิ้นยาว และกล่องไดคัทใช้กับสินค้าที่ต้องการความเรียบร้อยและป้องกันเป็นพิเศษ
25 June, 2026
การเลือกซองน้ำตาลให้พอดี ควรคำนึงถึงขนาดสินค้าเป็นหลัก เพราะซองที่เหมาะสมจะช่วยลดพื้นที่ว่าง ทำให้สินค้าไม่ขยับ ลดความเสี่ยงเสียหายระหว่างขนส่ง
25 June, 2026
บับเบิ้ลฟองเล็กและฟองใหญ่ต่างกันที่ ขนาดฟองอากาศและการใช้งาน โดยฟองเล็กเหมาะกับสินค้าชิ้นเล็กและช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ส่วนฟองใหญ่รองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่หรือของเปราะบาง
25 June, 2026
สาเหตุที่เทปกาว OPP ที่ติดกล่องไม่แน่น เกิดได้จากผิวกล่องมีฝุ่นหรือความชื้น กาวของเทปไม่ได้คุณภาพ หรือเลือกชนิดเทปไม่เหมาะกับพื้นผิวกล่อง รวมถึงแรงกดตอนปิดกล่องไม่เพียงพอ
25 June, 2026
สายรัด PP สามารถรัดด้วยมือได้ ไม่ต้องพึ่งเครื่องจักรราคาแพง แค่ใช้ร่วมกับหัวรัดพลาสติกก็รัดกล่องพัสดุ และมัดสินค้าบนพาเลทได้แน่นหนา เพียงพอสำหรับการขนส่งทั่วไป
คุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับทุกการขนส่ง

จำหน่ายกล่องพัสดุ
และอุปกรณ์แพ็คสินค้า

จำหน่ายกล่องพัสดุ และอุปกรณ์แพ็คสินค้าครบชุด จำหน่ายปลีก-ส่ง / ขายปลีกส่งกล่องลูกฟูกกว่า 100 ไซส์ เทปกาว Rocket จัดส่ง 1–2 วัน


Same Day กรุงเทพฯ ส่งฟรีตามระยะทาง มีทีมตอบไว และดูแลเคลมให้รวดเร็ว