ติดต่อเราเพื่อสั่งซื้อสินค้า
สั่งซื้อผ่าน Line OA

@bkk-packaging

เลือกประเภทสินค้า

สั่งผลิตกล่องพัสดุ แบบไหนให้แบรนด์ดูมืออาชีพ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ลูกค้า

บทความ
October 30, 2025

การสั่งผลิตกล่องพัสดุตามแบบโดยทั่วไปมีขั้นต่ำประมาณ 5,000–10,000 ใบต่อแบบ โดยความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับจำนวนที่ธุรกิจใช้ ขนาดกล่อง และต้นทุนการผลิต เช่น ค่าบล็อกพิมพ์หรือค่าตั้งเครื่อง หากใช้ในปริมาณน้อย การซื้อกล่องสำเร็จรูปอาจเหมาะกว่า

บทความนี้รวบรวมเรื่องที่ควรรู้ก่อนสั่งผลิต ตั้งแต่วิธีวัดขนาด การเลือกลอนและเกรดกระดาษ เทคนิคการพิมพ์ ไปจนถึงข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอใบเสนอราคา

สรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนสั่งผลิต

ก่อนสั่งผลิตกล่องพัสดุ ควรดูทั้งขนาดสินค้า สเปกกล่อง วิธีการพิมพ์ และจำนวนที่ต้องใช้ เพราะแต่ละรายละเอียดมีผลต่อการใช้งานและราคาต่อใบ โดยมีเรื่องสำคัญที่ควรเช็กดังนี้

  • เช็ก ขนาดด้านในของกล่อง ให้เหมาะกับสินค้าจริงและวัสดุกันกระแทก
  • เลือก ลอนและเกรดกระดาษ ตามน้ำหนักสินค้าและลักษณะการขนส่ง
  • เลือกเทคนิคการพิมพ์ให้เหมาะกับจำนวนสี รูปแบบงาน และงบประมาณ
  • เปรียบเทียบราคาโดยดูทั้ง จำนวนที่สั่งและต้นทุนต่อใบ
  • ก่อนผลิตล็อตใหญ่ ควรขอ ตัวอย่างกล่อง มาทดลองใส่สินค้าจริง

สั่งผลิตกล่องพัสดุต่างจากกล่องสำเร็จรูปอย่างไร

กล่องสำเร็จรูปมีขนาดมาตรฐานพร้อมใช้งาน ส่วนกล่องสั่งผลิตสามารถกำหนดขนาด โครงสร้าง เกรดกระดาษ และการพิมพ์ให้เหมาะกับสินค้า โดยมีรายละเอียดแตกต่างกันดังตาราง

ข้อเปรียบเทียบกล่องสำเร็จรูปสั่งผลิตตามแบบ
ปริมาณขั้นต่ำ1 ใบ หรือ 1 แพ็กโดยทั่วไปเริ่มที่ประมาณ 5,000-10,000 ใบต่อแบบ
ระยะเวลาประมาณ 1-2 วัน ขึ้นอยู่กับสต็อกและพื้นที่จัดส่งประมาณ 10-25 วันทำการ ขึ้นอยู่กับแบบและจำนวน
ขนาดมีขนาดมาตรฐานให้เลือกกำหนดขนาดได้ตามสินค้า
ราคาต่อใบเหมาะกับการซื้อจำนวนน้อยมีโอกาสลดลงเมื่อสั่งผลิตจำนวนมาก
ต้นทุนเริ่มต้นไม่มีค่าผลิตแบบเฉพาะอาจมีค่าบล็อกพิมพ์หรือแม่พิมพ์ไดคัท
การพิมพ์โดยทั่วไปใช้สติกเกอร์ หรือเทปพิมพ์แทนสามารถพิมพ์โลโก้ หรือลวดลายตามแบบ
เหมาะกับยอดใช้งานไม่แน่นอนใช้กล่องขนาดเดิมอย่างต่อเนื่อง

หากสินค้าหรือยอดขายยังเปลี่ยนบ่อย กล่องสำเร็จรูปจะมีความยืดหยุ่นกว่า แต่ถ้ามีขนาดสินค้าและปริมาณการใช้ที่ค่อนข้างแน่นอน การสั่งผลิตตามแบบจะช่วยกำหนดรายละเอียดของกล่องได้ตรงกับการใช้งานมากขึ้น

วิธีวัดขนาดกล่องพัสดุ

ควรวัดจาก ด้านในของกล่อง และระบุเป็น กว้าง x ยาว x สูง โดยควรวัดสินค้าที่เตรียมจัดส่งจริง รวมถึงวัสดุกันกระแทกที่ใช้ในการแพ็ก

หากมีสินค้าหลายรุ่นที่ต้องการใช้กล่องเดียวกัน ให้พิจารณาจากรุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเผื่อพื้นที่สำหรับการแพ็กสินค้าให้เหมาะสม

สิ่งที่ควรเช็กก่อนกำหนดขนาด

  • วัดสินค้าหลังห่อหรือใส่วัสดุกันกระแทกแล้ว
  • เผื่อพื้นที่ให้สินค้าไม่ถูกกดทับ แต่ไม่ควรเหลือมากจนสินค้าเคลื่อนที่ภายในกล่อง
  • ตรวจสอบความสูงของสินค้าและพื้นที่ด้านบนก่อนปิดฝากล่อง
  • หากมีกล่องเดิมหรือแบบกล่อง ควรส่งตัวอย่างหรือไฟล์ให้โรงงานตรวจสอบ

ข้อควรระวัง: ก่อนผลิตเต็มล็อต ควรขอตัวอย่างกล่องมาทดลองใส่สินค้าจริง ตรวจสอบการปิดฝาและความแข็งแรงก่อนอนุมัติผลิตจำนวนมาก

เลือกโครงสร้าง ลอน และเกรดกระดาษ

การเลือกสเปกกล่องควรพิจารณาตั้งแต่โครงสร้าง ลอน ไปจนถึงเกรดกระดาษ เพื่อให้กล่องเหมาะกับสินค้าและลักษณะการใช้งาน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

RSC หรือกล่องไดคัท?

RSC (Regular Slotted Container) เป็นกล่องฝาชนที่พบได้ทั่วไป เหมาะกับงานบรรจุและขนส่งที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก

ส่วน กล่องไดคัท ใช้แม่พิมพ์ตัดขึ้นรูป สามารถทำโครงสร้างเฉพาะ เช่น กล่องฝาเสียบหรือกล่องมีหูหิ้ว เหมาะกับสินค้าที่ต้องการรูปแบบแตกต่างจากกล่องมาตรฐาน โดยจะมีค่าแม่พิมพ์เพิ่มเติม

ชนิดลอนที่ควรรู้

ลอนกระดาษมีหลายประเภท โดยแต่ละลอนมีความสูงและโครงสร้างต่างกัน จึงเหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน สามารถดูความแตกต่างของลอนที่พบได้บ่อยจากตารางด้านล่าง

ลอนความสูงลอนโดยประมาณลักษณะการใช้งาน
ลอน E (3 ชั้น)ประมาณ 1.5 มม.กล่องที่ต้องการผิวเรียบและงานพิมพ์
ลอน B (3 ชั้น)ประมาณ 2.5 มม.งานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น
ลอน C (3 ชั้น)ประมาณ 3.6 มม.กล่องขนส่งทั่วไป
ลอน BC (5 ชั้น)ประมาณ 6.5 มม.งานที่ต้องการความแข็งแรงและการป้องกันมากขึ้น
ลอน EB (5 ชั้น)ประมาณ 5 มม.งานที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและผิวกล่องที่เรียบขึ้น

การเลือกลอนไม่ควรดูจากความหนาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาน้ำหนักสินค้า วิธีขนส่ง และการวางซ้อนร่วมกันด้วย หากไม่แน่ใจ สามารถแจ้งรายละเอียดสินค้าให้โรงงานช่วยแนะนำสเปกได้

เกรดกระดาษ

นอกจากชนิดลอนแล้ว เกรดและน้ำหนักกระดาษก็มีผลต่อความแข็งแรงและต้นทุนของกล่อง โดยเกรดกระดาษที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • KA/KI เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรง
  • KS/CA เป็นอีกทางเลือกสำหรับงานที่ต้องการควบคุมต้นทุน
  • KW เป็นกระดาษขาว เหมาะกับงานที่ต้องการเน้นสีและภาพลักษณ์

นอกจากเกรดแล้ว ควรพิจารณาน้ำหนักกระดาษ หรือ GSM ร่วมกับโครงสร้างและลอนของกล่องด้วย

โครงสร้างต้นทุนและราคาต่อใบ

ราคากล่องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด ลอน เกรดกระดาษ โครงสร้าง จำนวนสี และจำนวนที่ผลิตโดยทั่วไปต้นทุนแบ่งได้เป็น

ต้นทุนต่อแบบ

  • ค่าบล็อกพิมพ์
  • ค่าแม่พิมพ์ไดคัท
  • ค่าตั้งเครื่องหรือเตรียมงาน

ต้นทุนตามจำนวนผลิต

  • ค่ากระดาษ
  • ค่าพิมพ์
  • ค่าไดคัท พับ และติดกาว
  • ค่าขนส่ง

เมื่อสั่งจำนวนมากขึ้น ต้นทุนต่อใบของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อแบบจะถูกเฉลี่ยลง ตัวอย่างเช่น หากมีต้นทุนคงที่ 12,000 บาท และต้นทุนผันแปร 4.50 บาทต่อใบ

จำนวนที่สั่งต้นทุนคงที่ต่อใบต้นทุนผันแปรต่อใบรวมต่อใบ
3,000 ใบ4.00 บาท4.50 บาท8.50 บาท
5,000 ใบ2.40 บาท4.50 บาท6.90 บาท
10,000 ใบ1.20 บาท4.50 บาท5.70 บาท
20,000 ใบ0.60 บาท4.50 บาท5.10 บาท
50,000 ใบ0.24 บาท4.50 บาท4.74 บาท

ตัวเลขเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับสเปกและเงื่อนไขการผลิต

ดังนั้นก่อนสั่งผลิต ควรขอราคาอย่างน้อย 2-3 ระดับจำนวน เช่น 5,000 / 10,000 / 20,000 ใบ เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนต่อใบและเลือกจำนวนที่เหมาะกับการใช้งานจริง

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอใบเสนอราคา

เมื่อทราบสเปกและจำนวนที่ต้องการแล้ว ควรเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนติดต่อโรงงาน เพื่อให้ประเมินราคาและแนะนำสเปกได้ตรงกับการใช้งานมากขึ้น โดยข้อมูลที่ควรแจ้งมีดังนี้

  1. ขนาดด้านใน กว้าง × ยาว × สูง
  2. น้ำหนักสินค้า รวมวัสดุกันกระแทก
  3. จำนวนที่ต้องการผลิต และปริมาณการใช้ต่อเดือน
  4. จำนวนสีและไฟล์อาร์ตเวิร์ก หากต้องการพิมพ์
  5. รูปแบบกล่อง เช่น RSC หรือกล่องไดคัท
  6. สีของกระดาษ เช่น น้ำตาลหรือขาว
  7. วันที่ต้องการใช้งาน
  8. เงื่อนไขการตรวจรับและเคลมสินค้า

หากยังไม่มีสเปกที่แน่นอน สามารถส่งข้อมูลพื้นฐาน เช่น ขนาดสินค้า น้ำหนัก และลักษณะการใช้งานให้โรงงานช่วยประเมินสเปกเบื้องต้นก่อนได้

เลือกโรงงานผลิตกล่องพัสดุอย่างไร

ก่อนสั่งผลิตล็อตใหญ่ ควรตรวจสอบทั้งคุณภาพงาน กระบวนการผลิต และเงื่อนไขหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจว่าสเปกและบริการของโรงงานตรงกับความต้องการ ดังนี้

1. ตัวอย่างงานจริง

ขอตัวอย่างกล่องที่มีลักษณะใกล้เคียงกับงานที่จะผลิต เพื่อดูคุณภาพกระดาษ งานพิมพ์ รอยพับ และการติดกาว รวมถึงทดลองใส่สินค้าจริงหากทำได้

2. QC และเงื่อนไขการเคลม

สอบถามว่ามีการตรวจสอบอะไรบ้างก่อนส่งสินค้า และหากพบปัญหา เช่น กาวหลุด ขนาดคลาดเคลื่อน หรือพับไม่เข้ารูป มีขั้นตอนการแจ้งปัญหาและเคลมสินค้าอย่างไร

3. การสั่งซ้ำ

หากเป็นกล่องที่ต้องใช้ต่อเนื่อง ควรถามเรื่องระยะเวลาผลิตเมื่อสั่งซ้ำ รวมถึงการเก็บข้อมูลแบบ บล็อกพิมพ์ หรือแม่พิมพ์ เพื่อให้การผลิตครั้งต่อไปทำได้ง่ายและใช้สเปกเดิมได้อย่างต่อเนื่อง

สรุป

การ สั่งผลิตกล่องพัสดุ ควรพิจารณามากกว่าราคาต่อใบ โดยต้องกำหนดขนาดกล่องให้เหมาะกับสินค้า เลือกลอนและเกรดกระดาษตามลักษณะการใช้งาน รวมถึงเลือกรูปแบบและเทคนิคการพิมพ์ให้ตรงกับความต้องการ

โดยทั่วไปการสั่งผลิตตามแบบมีขั้นต่ำประมาณ 5,000–10,000 ใบต่อแบบ แต่จำนวนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน ต้นทุนการผลิต และความถี่ในการสั่งซ้ำ ก่อนผลิตล็อตใหญ่ควรขอตัวอย่างและเปรียบเทียบใบเสนอราคาหลายระดับ เพื่อให้ได้สเปกและจำนวนผลิตที่เหมาะกับธุรกิจมากที่สุด

FAQ

Q1: สั่งผลิตกล่องพัสดุขั้นต่ำเท่าไหร่?

A: สั่งผลิตตามแบบเริ่มที่ประมาณ 5,000–10,000 ใบต่อแบบ แต่จำนวนขั้นต่ำจริงขึ้นอยู่กับประเภทกล่อง ขนาด และกระบวนการผลิต ควรแจ้งสเปกให้โรงงานประเมินก่อน

Q2: สั่งผลิตกล่องพัสดุใช้เวลากี่วัน?

A: ใช้เวลาประมาณ 10–25 วันทำการ ขึ้นอยู่กับแบบ จำนวน และขั้นตอนการผลิต หากต้องทำบล็อกพิมพ์หรือแม่พิมพ์ใหม่ อาจใช้เวลานานขึ้น

Q3: ต้องเตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์กแบบไหน?

A: ใช้ไฟล์ AI, EPS หรือ PDF ตามข้อกำหนดของโรงงาน และควรตรวจสอบฟอนต์ ขนาดงาน และระบบสีก่อนส่งผลิต

Q4: กล่องน้ำตาลกับกล่องขาวต่างกันอย่างไร?

A: กล่องน้ำตาล มีสีพื้นของกระดาษ จึงอาจทำให้สีพิมพ์แตกต่างจากไฟล์ออกแบบ ส่วน กล่องขาว ให้สีพิมพ์ใกล้เคียงกับแบบมากกว่า และเหมาะกับงานที่ต้องการเน้นสีและรายละเอียด

Q5: หากกล่องที่ผลิตมีปัญหา สามารถเคลมได้ไหม?

A: สามารถเคลมได้ตามเงื่อนไขของโรงงาน โดยควรสอบถามเกณฑ์การตรวจรับ ระยะเวลาแจ้งปัญหา และเงื่อนไขการเคลมก่อนสั่งผลิต


หากต้องการสั่งผลิตกล่องพัสดุตามแบบ BKK Packaging พร้อมให้คำแนะนำเรื่องขนาด ลอน เกรดกระดาษ และรูปแบบการพิมพ์ เพื่อให้เหมาะกับสินค้าและการใช้งาน ตั้งแต่การเลือกสเปกไปจนถึงขั้นตอนการผลิต สามารถส่งรายละเอียดสินค้า จำนวนที่ต้องการ และแบบงานให้ทีมงานช่วยประเมินราคาได้

ดูรายละเอียด กล่องพัสดุ และบริการผลิตกล่องตามแบบ หรือสอบถามราคาและสเปกที่เหมาะกับธุรกิจของคุณได้เลย


📞 Tel: 083-926-4474 , 062-871-3695

💎 Line: @bkk-packaging

📩 Email: bkkpackaging2020@gmail.com

🔮 Facebook: BKK Packaging กล่องไปรษณีย์ อุปกรณ์การแพ็ค ราคาส่ง

บทความเพิ่มเติม

29 September, 2026
Volumetric Weight หรือน้ำหนักปริมาตร คือค่าน้ำหนักที่คำนวณจากขนาดกล่องพัสดุ ผู้ให้บริการบางรายใช้เปรียบเทียบกับน้ำหนักจริงเพื่อคำนวณค่าขนส่ง
29 September, 2026
ร้านค้าออนไลน์ในกรุงเทพฯ ควรเลือกซื้อบรรจุภัณฑ์ตาม ปริมาณและความเร่งด่วน หากต้องการจำนวนน้อยและใช้เร็ว หน้าร้านสะดวกกว่า แต่หากสั่งจำนวนมากหรือสั่งเป็นประจำ โรงงานหรือผู้ผลิตโดยตรงอาจคุ้มค่ากว่า
29 September, 2026
กระดาษลังลูกฟูก คือ แผ่นกระดาษที่ประกอบด้วยกระดาษไลเนอร์และกระดาษลอนตรงกลาง ช่วยเพิ่มความแข็งแรง รับแรงกระแทก และเหมาะสำหรับผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์
29 September, 2026
ก่อนเลือกผู้จำหน่ายกล่องพัสดุในกรุงเทพ สิ่งที่ควรเช็กมีตั้งแต่ ที่ตั้งและพื้นที่ให้บริการ ความเร็วในการจัดส่ง จำนวนและขนาดสินค้าที่มีในสต็อก นโยบายการเคลม ความน่าเชื่อถือของร้าน ไปจนถึงราคาเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ
26 August, 2026
กล่องรักษ์โลก คือ บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษรีไซเคิลและกระดาษลูกฟูก ช่วยลดขยะ สามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้
26 August, 2026
เลือกซื้อกล่องลูกฟูกราคาส่งให้คุ้ม ด้วยการเลือกขนาดและความหนาให้เหมาะกับสินค้า พร้อมสั่งในปริมาณที่พอดี ช่วยลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ในระยะยาว
26 August, 2026
ธุรกิจ SME ที่น่าสนใจในปี 2026 ที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจบริการ และสินค้ารักษ์โลก
26 August, 2026
การเปิดร้าน TikTok Shop เริ่มจากสมัครผู้ขาย ยืนยันตัวตน และลงสินค้า แต่สิ่งที่หลายร้านมองข้ามคือการเตรียมบรรจุภัณฑ์ให้พร้อม เพื่อจัดส่งสินค้าได้รวดเร็วและปลอดภัย
27 July, 2026
Thaimart คือแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์สำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการ พร้อมแนะนำอุปกรณ์แพ็คของ เช่น กล่องพัสดุ เทปกาว และบับเบิ้ลกันกระแทก เพื่อจัดส่งสินค้าอย่างปลอดภัย
คุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับทุกการขนส่ง

จำหน่ายกล่องพัสดุ
และอุปกรณ์แพ็คสินค้า

จำหน่ายกล่องพัสดุ และอุปกรณ์แพ็คสินค้าครบชุด จำหน่ายปลีก-ส่ง / ขายปลีกส่งกล่องลูกฟูกกว่า 100 ไซส์ เทปกาว Rocket จัดส่ง 1–2 วัน


Same Day กรุงเทพฯ ส่งฟรีตามระยะทาง มีทีมตอบไว และดูแลเคลมให้รวดเร็ว