ติดต่อเราเพื่อสั่งซื้อสินค้า
สั่งซื้อผ่าน Line OA

@bkk-packaging

เลือกประเภทสินค้า

ขนาดกล่องไปรษณีย์ A B C D ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้ขนาดไหนดี?

บทความ
March 24, 2026

หนึ่งในความผิดพลาดที่ร้านออนไลน์มือใหม่ทำบ่อยที่สุดคือเลือกขนาดกล่องไปรษณีย์ไม่ถูกต้อง ผลที่ตามมาคือสินค้าขยับได้มากเกินไปจนเสียหาย หรือกล่องใหญ่เกินไปทำให้ค่าส่งแพงขึ้นโดยไม่จำเป็น ในทางกลับกัน กล่องที่เล็กเกินไปก็ทำให้ต้องบีบอัดสินค้าจนอาจเสียหายได้เช่นกัน

บทความนี้จะอธิบายขนาดกล่องไปรษณีย์เบอร์ A B C D ว่าแต่ละเบอร์มีขนาดเท่าไร เหมาะกับสินค้าประเภทไหน พร้อมตารางเปรียบเทียบที่ใช้งานได้จริง เพื่อให้คุณเลือกกล่องได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก

ทำไมการเลือกขนาดกล่องไปรษณีย์ถึงสำคัญ?

ขนาดกล่องไปรษณีย์มีผลโดยตรงต่อ 2 สิ่งสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัยของสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง กล่องที่ใหญ่เกินไปทำให้สินค้าขยับได้และเสียหายง่าย อีกทั้งบริษัทขนส่งหลายแห่งคิดค่าบริการตาม “น้ำหนักปริมาตร” (Volumetric Weight) ซึ่งหมายความว่ากล่องที่ใหญ่เกินจำเป็นจะทำให้คุณจ่ายค่าส่งแพงขึ้นโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร

จุดสำคัญ:

กล่องไปรษณีย์ที่ดีควรใหญ่กว่าตัวสินค้า 2-3 ซม. ในทุกด้าน เพื่อให้มีพื้นที่ใส่วัสดุกันกระแทก (เช่น บับเบิ้ล) และป้องกันสินค้าได้จริง

ขนาดกล่องไปรษณีย์ A B C D

ขนาดกล่องไปรษณีย์ A B C D แต่ละเบอร์มีขนาดเท่าไร?

กล่องไปรษณีย์มีหลายระบบการเรียกชื่อ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต แต่ขนาดเบอร์ A B C D ที่นิยมใช้กันทั่วไปในไทยมีขนาดโดยประมาณดังนี้ ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่ออกแบบมาให้เหมาะกับสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่

กล่องไปรษณีย์เบอร์ A – สินค้าแบนและเบา

กล่องเบอร์ A มีขนาดประมาณ 14 × 20 × 6 ซม. น้ำหนักบรรจุสูงสุดประมาณ 0.5-1 กก. เป็นกล่องขนาดเล็กที่สุดในซีรีส์ เหมาะสำหรับสินค้าแบนและเบา เช่น เอกสาร หนังสือเล่มเล็ก เสื้อผ้าพับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก หรือเครื่องประดับ กล่องเบอร์ A ช่วยประหยัดค่าส่งได้มากที่สุดเพราะขนาดเล็กและเบา

กล่องไปรษณีย์เบอร์ B – สินค้าขนาดเล็กถึงกลาง

กล่องเบอร์ B มีขนาดประมาณ 18 × 26 × 9 ซม. น้ำหนักบรรจุสูงสุดประมาณ 1-2 กก. เป็นขนาดที่ร้านออนไลน์ใช้มากที่สุด เหมาะสำหรับสินค้าขนาดเล็กถึงกลางหลากหลายประเภท เช่น กระเป๋าสตางค์ รองเท้าเด็ก แก้วน้ำ ของเล่นขนาดเล็ก อาหารเสริมกระป๋อง หรือสกินแคร์ กล่องเบอร์ B ถือเป็นขนาดอเนกประสงค์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับร้านออนไลน์ทั่วไป

กล่องไปรษณีย์เบอร์ C – สินค้าขนาดกลาง

กล่องเบอร์ C มีขนาดประมาณ 22 × 35 × 12 ซม. น้ำหนักบรรจุสูงสุดประมาณ 2-5 กก. เหมาะสำหรับสินค้าขนาดกลาง เช่น รองเท้าผู้ใหญ่ กระเป๋า ของเล่นขนาดกลาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือชุดสินค้าที่มีหลายชิ้น กล่องเบอร์ C มีความลึกพอที่จะใส่วัสดุกันกระแทกได้ดี ทำให้สินค้าปลอดภัยระหว่างขนส่ง

กล่องไปรษณีย์เบอร์ D – สินค้าขนาดใหญ่

กล่องเบอร์ D มีขนาดประมาณ 26 × 40 × 16 ซม. น้ำหนักบรรจุสูงสุดประมาณ 5-10 กก. เหมาะสำหรับสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เสื้อผ้าหลายชิ้น กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก อุปกรณ์ครัว ผลิตภัณฑ์สุขภาพขนาดใหญ่ หรือชุดของขวัญที่มีหลายรายการ ควรระวังค่าส่งที่อาจสูงขึ้นตามน้ำหนักและขนาด

ตารางเปรียบเทียบขนาดกล่องไปรษณีย์ A B C D

นี่คือตารางสรุปขนาดกล่องไปรษณีย์แต่ละเบอร์ เพื่อให้เปรียบเทียบได้ง่ายในที่เดียว ขนาดที่แสดงเป็นขนาดโดยประมาณ ควรตรวจสอบขนาดจริงกับผู้จำหน่ายก่อนสั่ง เพราะอาจมีความแตกต่างเล็กน้อยตามแต่ละยี่ห้อ

เบอร์ขนาด (ก×ย×ส ซม.)น้ำหนักสูงสุดเหมาะกับสินค้า
A14 × 20 × 6~1 กก.เอกสาร, เครื่องประดับ, สินค้าแบน
B18 × 26 × 9~2 กก.สกินแคร์, ของเล่นเล็ก, แก้วน้ำ
C22 × 35 × 12~5 กก.รองเท้า, กระเป๋า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
D26 × 40 × 16~10 กก.เสื้อผ้าหลายชิ้น, อุปกรณ์ครัว, เซตของขวัญ

เคล็ดลับเลือกขนาดกล่องไปรษณีย์ให้ประหยัดค่าส่ง

นอกจากจะต้องรู้ขนาดมาตรฐาน A B C D แล้ว ยังมีเทคนิคที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าส่งและป้องกันสินค้าได้ดีขึ้น ซึ่งร้านออนไลน์ที่มีประสบการณ์มักใช้กัน

ขนาดกล่องไปรษณีย์ให้ประหยัดค่าส่ง

1. วัดขนาดสินค้าก่อนเลือกกล่อง

วัดความกว้าง ยาว สูง ของสินค้าจริง (รวมบรรจุภัณฑ์ของสินค้าถ้ามี) แล้วเพิ่มอีก 2-3 ซม. ในแต่ละด้านเพื่อให้มีพื้นที่ใส่วัสดุกันกระแทก กล่องที่ได้จะพอดีกับสินค้าและป้องกันได้ดีโดยไม่ใหญ่เกินจำเป็น

2. ระวังค่าส่งแบบ Volumetric Weight

บริษัทขนส่งหลายแห่งคิดค่าบริการตามสูตร (กว้าง × ยาว × สูง) ÷ 5,000 หรือ 6,000 แล้วเปรียบเทียบกับน้ำหนักจริง โดยคิดตามค่าที่มากกว่า ดังนั้นถ้ากล่องใหญ่เกินไปแม้สินค้าจะเบา คุณก็อาจต้องจ่ายค่าส่งแพงขึ้น

3. เตรียมกล่องหลายขนาดไว้

ร้านที่ขายสินค้าหลายประเภทควรมีกล่องอย่างน้อย 2-3 ขนาดพร้อม เพื่อเลือกขนาดที่พอดีกับแต่ละออเดอร์ แทนที่จะใช้กล่องขนาดเดียวกับทุกสินค้า

Tips:

ลองนับออเดอร์ 1 เดือนที่ผ่านมาว่าใช้กล่องขนาดไหนบ่อยที่สุด แล้วสต็อกขนาดนั้นไว้มากกว่าขนาดอื่น จะช่วยลดต้นทุนและไม่ต้องเสียพื้นที่เก็บกล่องที่ไม่ได้ใช้

สรุป

การเลือกขนาดกล่องไปรษณีย์ที่ถูกต้องช่วยทั้งป้องกันสินค้าและประหยัดค่าส่ง หลักง่าย ๆ คือ กล่องควรใหญ่กว่าสินค้า 2-3 ซม. ทุกด้าน และไม่ใหญ่เกินจำเป็น เพราะจะทำให้ค่าส่งสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

ถ้าสินค้าของคุณมีหลายขนาด ลองมีกล่องหลายเบอร์เตรียมไว้ และฝึกเลือกขนาดที่พอดีสำหรับแต่ละออเดอร์ ผลลัพธ์ที่ได้คือสินค้าปลอดภัยขึ้นและต้นทุนค่าขนส่งลดลงในระยะยาว

FAQ

Q: กล่องไปรษณีย์เบอร์ไหนที่ร้านออนไลน์ใช้มากที่สุด?

A: เบอร์ B เป็นขนาดที่ร้านออนไลน์ทั่วไปใช้มากที่สุด เพราะเหมาะกับสินค้าขนาดเล็กถึงกลางที่หลากหลาย และค่าส่งยังไม่แพงมาก

Q: กล่องไปรษณีย์ A B C D ซื้อได้ที่ไหน?

A: ซื้อได้ที่ร้านบรรจุภัณฑ์โดยตรง เช่น BKK Packaging ที่มีกล่องลูกฟูกกว่า 100 ไซส์ ทั้งขนาดมาตรฐาน A-D และขนาดพิเศษอื่น ๆ สั่งได้ทั้งปลีกและส่ง

Q: กล่องไปรษณีย์กับกล่องลูกฟูกต่างกันอย่างไร?

A: กล่องไปรษณีย์มักหมายถึงกล่องลูกฟูกสำเร็จรูปที่มีขนาดมาตรฐาน ส่วนกล่องลูกฟูกในความหมายกว้างหมายถึงกล่องที่ทำจากกระดาษลูกฟูก ซึ่งมีทั้งขนาดมาตรฐานและขนาดสั่งทำพิเศษ

Q: กล่องไปรษณีย์บรรจุน้ำหนักได้เท่าไร?

A: ขึ้นอยู่กับเบอร์และจำนวนชั้นของกล่องลูกฟูก กล่อง 3 ชั้นทั่วไปรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 1-5 กก. กล่อง 5 ชั้นรองรับได้มากกว่า 5-15 กก. ขึ้นอยู่กับขนาด

Q: ถ้าสินค้าเปราะบาง ควรใช้กล่องเบอร์ไหน?

A: ควรเลือกกล่องที่ใหญ่กว่าสินค้าอย่างน้อย 3-5 ซม. ทุกด้าน เพื่อให้มีพื้นที่ใส่บับเบิ้ลกันกระแทกได้เต็มที่ ไม่ใช่แค่เลือกตามขนาดสินค้าพอดี

หากคุณต้องการกล่องไปรษณีย์ครบทุกขนาด BKK Packaging มีกล่องลูกฟูกกว่า 100 ไซส์ ครอบคลุมทุกความต้องการของร้านออนไลน์ ทั้งกล่องมาตรฐานเบอร์ A-D และขนาดพิเศษอื่น ๆ บรรจุภัณฑ์คุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับทุกการขนส่ง ดูกล่องไปรษณีย์ที่เราจำหน่ายได้ที่ >> สินค้ากล่องลูกฟูก


📞 Tel: 083-926-4474 , 062-871-3695

💎 Line: @bkk-packaging

📩 Email: bkkpackaging2020@gmail.com

🔮 Facebook: BKK Packaging กล่องไปรษณีย์ อุปกรณ์การแพ็ค ราคาส่ง

บทความเพิ่มเติม

27 July, 2026
Thaimart คือแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์สำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการ พร้อมแนะนำอุปกรณ์แพ็คของ เช่น กล่องพัสดุ เทปกาว และบับเบิ้ลกันกระแทก เพื่อจัดส่งสินค้าอย่างปลอดภัย
27 July, 2026
กล่องพลาสติกและกล่องลูกฟูกต่างกันทั้งวัสดุและการใช้งาน โดยกล่องพลาสติกแข็งแรง กันน้ำ ใช้ซ้ำได้ ส่วนกล่องลูกฟูกน้ำหนักเบา ราคาประหยัด เหมาะกับการจัดส่งสินค้าออนไลน์
27 July, 2026
กระดาษ ALCOTT 70 แกรม เหมาะกับงานพิมพ์ทั่วไปที่เน้นประหยัดต้นทุน ส่วน 80 แกรม หนาและแข็งแรงกว่า เหมาะกับเอกสารสำคัญและงานที่ต้องการคุณภาพ
27 July, 2026
กระดาษลังลูกฟูก คือ แผ่นกระดาษที่ประกอบด้วยกระดาษไลเนอร์และกระดาษลอนตรงกลาง ช่วยเพิ่มความแข็งแรง รับแรงกระแทก และเหมาะสำหรับผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์
25 June, 2026
กล่องส่งพัสดุแต่ละรูปทรงต่างกันตามลักษณะสินค้า เช่น กล่องสี่เหลี่ยมใช้กับสินค้าทั่วไป กล่องทรงยาวใช้กับของชิ้นยาว และกล่องไดคัทใช้กับสินค้าที่ต้องการความเรียบร้อยและป้องกันเป็นพิเศษ
25 June, 2026
การเลือกซองน้ำตาลให้พอดี ควรคำนึงถึงขนาดสินค้าเป็นหลัก เพราะซองที่เหมาะสมจะช่วยลดพื้นที่ว่าง ทำให้สินค้าไม่ขยับ ลดความเสี่ยงเสียหายระหว่างขนส่ง
25 June, 2026
บับเบิ้ลฟองเล็กและฟองใหญ่ต่างกันที่ ขนาดฟองอากาศและการใช้งาน โดยฟองเล็กเหมาะกับสินค้าชิ้นเล็กและช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ส่วนฟองใหญ่รองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่หรือของเปราะบาง
25 June, 2026
สาเหตุที่เทปกาว OPP ที่ติดกล่องไม่แน่น เกิดได้จากผิวกล่องมีฝุ่นหรือความชื้น กาวของเทปไม่ได้คุณภาพ หรือเลือกชนิดเทปไม่เหมาะกับพื้นผิวกล่อง รวมถึงแรงกดตอนปิดกล่องไม่เพียงพอ
25 June, 2026
สายรัด PP สามารถรัดด้วยมือได้ ไม่ต้องพึ่งเครื่องจักรราคาแพง แค่ใช้ร่วมกับหัวรัดพลาสติกก็รัดกล่องพัสดุ และมัดสินค้าบนพาเลทได้แน่นหนา เพียงพอสำหรับการขนส่งทั่วไป
คุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับทุกการขนส่ง

จำหน่ายกล่องพัสดุ
และอุปกรณ์แพ็คสินค้า

จำหน่ายกล่องพัสดุ และอุปกรณ์แพ็คสินค้าครบชุด จำหน่ายปลีก-ส่ง / ขายปลีกส่งกล่องลูกฟูกกว่า 100 ไซส์ เทปกาว Rocket จัดส่ง 1–2 วัน


Same Day กรุงเทพฯ ส่งฟรีตามระยะทาง มีทีมตอบไว และดูแลเคลมให้รวดเร็ว